มาตรฐานของน้ำมันเครื่อง

มาตรฐานของน้ำมันเครื่อง

       การเลือกซื้อน้ำมันเครื่องให้เหมาะกับเครื่องยนต์แต่ละประเภท แต่ละภูมิอากาศ และสภาพของเครื่องยนต์ที่มีปัจจัยต่างๆในการเลือกซื้อ โดยมักดูที่ค่าความหนืดและคุณภาพของของผลิตภัณฑ์ที่กำกับโดยมาตรฐานต่างๆ เช่น

     SAE - SOCIETY OF AUTOMOTIVE ENGINEERS

     API- AMERICAN PETROLEUM INSTITUTE

     US MILITARY CLASSIFICATION-สถาบันทางทหารของสหรัฐอเมริกา

     ASTM- AMERICAN SOCIETY FOR TESTING AND MATERIALS

     CCMC – COMITEE OF COMMON MARKET CONSTRUCTION

 

ในที่นี้จะพูดถึงมาตรฐานที่ใช้กันหลักๆ 2 ประเภท คือ SAE และ API

 

มาตรฐาน SAE

มาตรฐาน SAE จะประกอบด้วยตัวเลข 2 ชุด คือ SAE XW-XX  

โดยตัวเลขชุดหน้าแสดงถึงการวัดค่ามาตรฐานในเขตหนาว (สัญลักษณ์ W- Winter Grade) จะเป็นการวัดค่าต้านทานการเป็นไข โดยวัดตั้งแต่อุณหภูมิ 20 องศาเซสเซียส  ต่ำลงมาจนถึงจุดเยือกแข็งตั้งแต่ 0 องศาเซสเซียสจนถึง -30 องศาเซสเซียส โดยตัวอักษร W ที่ระบุแสดงถึง WINTER โดยตัวเลขค่าต่างๆ สามารถสรุปผลได้เป็น ดังนี้

                0W คือ ความสามารถคงความข้นใสไว้ได้ต่ำกว่า -30 องศาเซสเซียส โดยไม่เป็นไข

                5W คือ ความสามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง -30 องศาเซสเซียส โดยไม่เป็นไข

                10W คือ ความสามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง -20 องศาเซสเซียส โดยไม่เป็นไข

                15W คือ ความสามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง -10 องศาเซสเซียส โดยไม่เป็นไข

                20W คือ ความสามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง 0 องศาเซสเซียส โดยไม่เป็นไข

 

ตัวเลขชุดหลัง แสดงถึงการวัดค่าความหนืดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซสเซียส แทนค่าออกมาเป็นตัวเลขเรียกว่า เบอร์ของน้ำมันเครื่อง (NUMBER) เช่น 30, 40, 50 เป็นต้น โดยตัวเลขที่มากขึ้น แสดงถึง ความหนืดน้ำมันที่มากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ความหนืดมิได้เป็นตัวบอกคุณภาพของน้ำมันเครื่องนั้น ๆ ผู้ใช้ควรเลือกน้ำมันเครื่องที่มีความหนืดที่เหมาะสมกับสภาพของเครื่องยนต์ และสภาพการใช้งานของท่าน เช่น หากรถของท่านเป็นรถใหม่ ก็ควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่มีเบอร์ความหนืดใส(เบอร์น้อยๆ) จะช่วยในการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น เช่น SAE 10W-30 เป็นต้น แต่หากรถของท่านเป็นรถเก่า มีอาการกินน้ำมันเครื่อง ก็ควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่มีเบอร์ความหนืดที่ข้นมากขึ้น เพื่อช่วยลดปัญหาการกินน้ำมันเครื่อง เช่น SAE 20W-50 เป็นต้น

 

มาตรฐาน API

มาตรฐาน API เป็นตัวบ่งบอกคุณภาพของน้ำมันเครื่อง โดยมาตรฐาน API จะขึ้นต้นด้วย API และตามด้วย

          S- โดย S - Service Station Classifications สำหรับเครื่องยนต์เบนซิล  

          C- โดย C - COMMERCIAL SERVICE-COMPRESSION IGNITION สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล  

 

นั่นคือจะมีเฉพาะตัวอักษรด้านท้ายตัวเดียวเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลง โดยอักษรตัวสุดท้ายจะเริ่มต้นตามภาษาอังกฤษ คือ A B C ... ไล่ไปเรื่อยๆ ยิ่งไกลจากตัว A เท่าไรแสดงว่า เป็นเกรดคุณภาพสูงขึ้น API มีการประกาศใช้ระดับมาตรฐานใหม่ไม่บ่อยทุก 3-10 ปี ไล่ห่างจากตัว A และบางตัวอักษรก็ข้ามไป ของเบนซินและดีเซล ไล่ออกมาไม่เท่ากัน ส่วนระดับมาตรฐานเก่าๆ ก็จะไล่ยกเลิกไปโดยปริยาย เพราะมีผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าออกสู่ตลาด

 

เกรดของน้ำมันเบนซิน  API SA SB SC SD SE SF SG SH SJ SL SM SN

เกรดของน้ำมันดีเซล API CA CB CC CD CE CF-4 CG-4 CH-4 CI-4 (ส่วนเลข 4 จะหมายถึงใช้กับเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ)

 

ในน้ำมันบางยี่ห้อ อาจระบุ API SM/CF อักษรนำหน้าจะเป็นตัว S แล้วตามด้วยว่าถ้านำไปใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลจะมีค่ามาตรฐาน C อักษรใดขึ้นก่อน ถือว่าเป็นน้ำมันเครื่องที่เหมาะกับเครื่องยนต์เชื้อเพลิงนั้น

 

ตัวอย่าง การอ่านค่าความหนืด

SAE 5W-30 และ API SM/CF  คือ มาตรฐานความข้นใสตามมาตรฐาน SAE เบอร์ 30 ค่าต้านทานความเป็นไข 5W หรือ -30 องศาเซสเซียส  ตามมาตรฐาน API ใช้กับเครื่องยนต์เบนซิล ในระดับ SM ส่วนถ้าใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลจะอยู่ในระดับ CF เท่านั้น

 

SAE 15W-40 และ API CH-4/SL  คือ มาตรฐานความข้นใสตามมาตรฐาน SAE เบอร์ 40 ค่าต้านทานความเป็นไข 15W หรือ -10 องศาเซสเซียส  ตามมาตรฐาน API ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซล ในระดับ CH-4 ส่วนถ้าใช้กับเครื่องยนต์เบนซิล จะอยู่ในระดับ SL 

 


  • ช่วงนี้ฝนตกพายุเข้าตลอดเลยค่ะ เพื่อให้เข้ากับเทศกาลเลยขอนำเสนอ 10 เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัยตลอดทั้งหน้าฝนนี้ ขอขอบคุณแหล่งที่มา :http://www.safedriver.co.th/2012-07-26-08-21-55....

  • เทศกาลสงกรานต์เริ่มเข้ามาใกล้กันแล้วนะคะ ทางร้านมีบทความแนะนำการตรวจเช็คสภาพรถก่อนการเดินทางด้วยตนเอง ง่ายๆและไม่เสียเวลามาก เพื่อความปลอดภัยมาฝากกันคะ เริ่มต้นจาก - การตรวจสภ...

  • น้ำมันเครื่อง หรือ น้ำมันหล่อลื่น มีความสำคัญกับระบบเครื่องยนต์ในการทำงานเป็นอย่างยิ่งเพราะทุกๆชิ้นส่วนของระบบเครื่องยนต์เมื่อมีการทำงาน แต่ละชิ้นส่วนนั้นก็จะเกิดการเสียดสีกันอยู่ต...

  • อายุการใช้งานน้ำมันเครื่อง และวิธีการตรวจเช็ค น้ำมันเครื่องเมื่อถูกใช้งานจะเริ่มเสื่อมคุณภาพลงเรื่อยๆ เนื่องจากการสะสมของกรดที่เข้ามาทำลายด่างในน้ำมันเครื่อง การสะสมของน้ำ การปะปน...

  • ในขณะที่เราเบรค ความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีระหว่างผ้าเบรคกับจานหรือดุมล้อจะถ่ายเทผ่าน ก้านดันผ้าเบรคเข้าสู่ลูกสูบและน้ำมันเบรค เมื่อเราต้องเหยียบเบรคอย่างแรงกระทันหันหรือเหยียบเ...

  • สมาคมวิศวกรยานยนต์ในอเมริกา (SAE) และกรมการขนส่งของอเมริกา (Department of Transporttation - DOT) และสมาคมกำหนดมาตรฐานระหว่างชาติ (ISO) ต่างก็ได้กำหนดมาตรฐานของน้ำมันเบรคที่ใช้ในระ...
Visitors: 251,314
ตรวจสอบการติดตั้งโค้ด