คู่มือการเลือกซื้อน้ำมันไฮดรอลิก (Hydraulic Oil) เบอร์ 32, 46, 68 สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม

คู่มือการเลือกซื้อน้ำมันไฮดรอลิก (Hydraulic Oil) เบอร์ 32, 46, 68 สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม

ในโลกของอุตสาหกรรม "ระบบไฮดรอลิก" เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนเครื่องจักรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือ "การเลือกน้ำมันไฮดรอลิกผิดสเปก" ซึ่งนำไปสู่ปัญหาเครื่องจักรทำงานติดขัด ปั๊มพังไว หรืออุณหภูมิระบบสูงผิดปกติ

วันนี้ Oilsquare ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันอุตสาหกรรมกว่า 30 ปี จะมาเจาะลึกวิธีเลือกน้ำมันไฮดรอลิกเบอร์ 32, 46 และ 68 ให้เหมาะกับโรงงานของคุณ


1. ทำความเข้าใจตัวเลข 32, 46, 68 คืออะไร?

ตัวเลขเหล่านี้คือค่า ISO VG (Viscosity Grade) หรือ "ค่าความหนืด" ของน้ำมันที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการปกป้องปั๊มไฮดรอลิก

  • เบอร์ 32 (ความหนืดน้อย/ใส): เหมาะสำหรับเครื่องจักรที่ทำงานในที่เย็น หรือเครื่องจักรขนาดเล็กที่ต้องการการตอบสนองที่รวดเร็ว (High Precision)

  • เบอร์ 46 (ความหนืดปานกลาง): เป็นเบอร์ที่ "สมดุลที่สุด" และนิยมใช้มากที่สุดในประเทศไทย เหมาะสำหรับเครื่องจักรทั่วไปที่ทำงานในร่ม

  • เบอร์ 68 (ความหนืดสูง/หนืดมาก): เหมาะสำหรับเครื่องจักรหนัก เครื่องจักรเก่าที่มีการสึกหรอสูง หรือเครื่องจักรที่ต้องทำงานกลางแจ้งที่มีความร้อนสูงตลอดเวลา

2. ตารางเปรียบเทียบ: เลือกเบอร์ไหนให้เหมาะกับงาน?

ประเภทเครื่องจักร สภาพแวดล้อมการทำงาน เบอร์น้ำมันที่แนะนำ
เครื่องจักร CNC / Robot ขนาดเล็ก ห้องควบคุมอุณหภูมิ (Air Con) ISO VG 32
เครื่องฉีดพลาสติก / เครื่องปั๊มโลหะ ในโรงงานปกติ (Indoor) ISO VG 46
รถขุด / ปั้นจั่น / เครื่องจักรหนัก กลางแจ้ง (Outdoor) ISO VG 68
เครื่องจักรเก่าที่มีปัญหาแรงดันตก ทุกสภาพแวดล้อม ISO VG 68

3. ทำไมต้องเลือกเกรด AW (Anti-Wear)?

ในการค้นหาข้อมูล คุณจะพบคำว่า "AW" (เช่น PTT Hydraulic AW) ซึ่งย่อมาจาก Anti-Wear สารเติมแต่งนี้สำคัญมาก เพราะช่วยสร้างฟิล์มน้ำมันไปเคลือบชิ้นส่วนโลหะ ลดการเสียดสีภายใต้แรงดันสูง ช่วยยืดอายุการใช้งานของปั๊มไฮดรอลิกได้ยาวนานขึ้นหลายเท่าตัว

4. 3 แบรนด์ยอดนิยมที่วิศวกรโรงงานไว้วางใจ

ที่ Oilsquare เราคัดสรรเฉพาะแบรนด์มาตรฐานสากลเพื่อให้สายการผลิตของคุณไม่สะดุด:

  1. PTT HLP AW: คุ้มค่า หาซื้อง่าย มาตรฐานสูง เป็นที่นิยมอันดับ 1 ในไทย

  2. Bangchak Hydraulite AW: โดดเด่นเรื่องการแยกตัวจากน้ำ (Demulsibility) ได้ดี ลดการเกิดสนิมในระบบ

  3. Shell Tellus S2 MX: เทคโนโลยีจากเชลล์ที่ช่วยยืดอายุการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันได้นานกว่าน้ำมันทั่วไป ช่วยลดต้นทุนในระยะยาว


เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ Oilsquare:

"อย่าเลือกน้ำมันเพียงเพราะราคาถูกที่สุด แต่ให้เลือกน้ำมันที่รักษา 'ความหนืด' ได้คงที่ที่สุดภายใต้อุณหภูมิทำงานของโรงงานคุณ หากไม่แน่ใจ การปรึกษาวิศวกรที่มีประสบการณ์จะช่วยประหยัดค่าซ่อมเครื่องจักรหลักแสนได้ในอนาคต"


สรุป: การเลือกเบอร์น้ำมันไฮดรอลิกต้องดูที่ "ประเภทเครื่องจักร" และ "อุณหภูมิหน้างาน" เป็นหลัก หากคุณกำลังมองหาน้ำมันไฮดรอลิกของแท้ พร้อมส่งด่วนถึงโรงงาน หรือต้องการปรึกษาสเปกเครื่องจักรโดยเฉพาะ

ติดต่อ Oilsquare ได้ทั้ง 2 สาขา: วรจักร ประชาชื่น 

Visitors: 1,178,767