น้ำมันเครื่อง/น้ำมันหล่อลื่น สำคัญอย่างไร

น้ำมันเครื่อง หรือ น้ำมันหล่อลื่น มีความสำคัญกับระบบเครื่องยนต์ในการทำงานเป็นอย่างยิ่งเพราะทุกๆชิ้นส่วนของระบบเครื่องยนต์เมื่อมีการทำงาน แต่ละชิ้นส่วนนั้นก็จะเกิดการเสียดสีกันอยู่ตลอดเวลาทำให้เกิดความร้อนสะสมที่บริเวณพื้นผิวของวัสดุที่เสียดสีกัน นอกจากนี้สิ่งสกปรกที่เกิดจาการเผาไหม้ หรือเศษชิ้นส่วน อาจตกค้างอยู่ในห้องเครื่อง จึงจำเป็นต้องใช้น้ำมันเครื่อง เพื่อ

 

•    ช่วยให้เครื่องยนต์สตาร์ทติดง่าย

•    ช่วยหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ ช่วยลดการสึกหรอ

•    ช่วยลดแรงฝืด หรือแรงเสียดทาน

•    ลดการกัดกร่อน ที่เกิดจากเศษชิ้นส่วนที่หลุดออกมา และปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้น

•    ช่วยทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ ที่เคลื่อนที่ของเครื่องยนต์สะอาด

•    ลดการเกิดสิ่งสกปรกที่เกิดขึ้นในห้องเผาไหม้

•    ช่วยระบายความร้อนให้กับชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์

•    ช่วยอุดรอยรั่วในห้องเผาไหม้จึงช่วยเพิ่มแรงอัดให้กับเครื่องยนต์

•    ช่วยต่อต้านการเกิดฟองอากาศ

•    ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน

 

ถ้าหากว่าระบบการหล่อลื่นของรถยนต์ที่เราใช้งานหรือบกพร่องหรือใช้น้ำมันเครื่องที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐานแล้วหละก็ แน่นอนว่าอายุการใช้งานของรถยนต์ที่เรารักย่อมจะสั้นลงเกินกว่ากำหนด ฉะนั้นการหมั่นดูแลรักษาคอยตรวจตราตรวจเช็ครถยนต์น้ำมันเครื่องรถยนต์อยู่ตลอดเวลา และเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่ดีที่ได้คุณภาพมาตรฐานจะช่วยยืดอายุการทำงานของเครื่องยนต์ไปได้อีกอย่างยาวนาน

 

โดยทั่วไปน้ำมันเครื่อง มี 3 ชนิดคือ

1. น้ำมันเครื่องธรรมดา ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นที่กลั่นจากน้ำมันปิโตรเลียม ใช้งานได้ 5,000-7,000 กม.

2. น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นธรรมดากับชนิดสังเคราะห์ ใช้งานได้ 7,000-10,000 กม.

3. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นที่สังเคราะห์ จากน้ำมันปิโตรเลียมด้วยกระบวนการกลั่นที่ล้ำหน้า จึงมีคุณภาพและความบริสุทธิ์สูงกว่าน้ำมันเครื่องธรรมดา ใช้งานได้ 10,000-15,000 กม.

อย่างไรก็ตาม ระยะการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ยังขึ้นอยู่กับ ลักษณะการใช้งาน ระยะเวลา และความพึงพอใจของผู้ใช้อีกด้วย

 

ในปัจจุบันน้ำมันเครื่องมีให้เลือกซื้อหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งถึงแม้จะมีน้ำมันเกรดเหมือนกัน แต่จะมีความต่างกันตรงที่ สารเพิ่มคุณภาพ ซึ่งจะเป็นสูตรเฉพาะของแต่ละยี่ห้อ

 

ในการใช้รถทั่วไป เราควรหมั่นตรวจเช็คระดับของน้ำมันเครื่องเสมอ โดยใช้ก้านวัดระดับน้ำมันเครื่อง

 

หากระดับน้ำมันเครื่องสูงเกินไป

น้ำมันเครื่องจะถูกดันผ่านแหวนลูกสูบขึ้นไปเผาไหม้กับน้ำมันเชื้อเพลิงจะมีเขม่าจับภายในห้องเผาไหม้ ทำให้เครื่องเกิดการน็อค อย่างรุนแรง / น้ำมันเครื่องจะดันออกทางซีลด้านหน้าและด้านหลังของเพลาข้อเหวี่ยง ทำให้เกิดการรั่วซึมได้ง่าย / ทำให้เกิดแรงดันในห้องเครื่องสูงและจะดันไอน้ำมันเครื่องออกมาทางท่อระบายได้มาก / ทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัด

หากระดับน้ำมันเครื่องต่ำเกินไป

ปั๊มน้ำมันเครื่องจะไม่สามารถดูดน้ำมันและส่งไปหล่อลื่นชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวภายในเครื่องอย่างเพียงพอ ทำให้เกิดการสึกหรออย่างรวดเร็วเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เครื่องพัง


  • ช่วงนี้ฝนตกพายุเข้าตลอดเลยค่ะ เพื่อให้เข้ากับเทศกาลเลยขอนำเสนอ 10 เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัยตลอดทั้งหน้าฝนนี้ ขอขอบคุณแหล่งที่มา :http://www.safedriver.co.th/2012-07-26-08-21-55....

  • เทศกาลสงกรานต์เริ่มเข้ามาใกล้กันแล้วนะคะ ทางร้านมีบทความแนะนำการตรวจเช็คสภาพรถก่อนการเดินทางด้วยตนเอง ง่ายๆและไม่เสียเวลามาก เพื่อความปลอดภัยมาฝากกันคะ เริ่มต้นจาก - การตรวจสภ...

  • มาตรฐานของน้ำมันเครื่อง การเลือกซื้อน้ำมันเครื่องให้เหมาะกับเครื่องยนต์แต่ละประเภท แต่ละภูมิอากาศ และสภาพของเครื่องยนต์ที่มีปัจจัยต่างๆในการเลือกซื้อ โดยมักดูที่ค่าความหนืดและคุณภ...

  • อายุการใช้งานน้ำมันเครื่อง และวิธีการตรวจเช็ค น้ำมันเครื่องเมื่อถูกใช้งานจะเริ่มเสื่อมคุณภาพลงเรื่อยๆ เนื่องจากการสะสมของกรดที่เข้ามาทำลายด่างในน้ำมันเครื่อง การสะสมของน้ำ การปะปน...

  • ในขณะที่เราเบรค ความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีระหว่างผ้าเบรคกับจานหรือดุมล้อจะถ่ายเทผ่าน ก้านดันผ้าเบรคเข้าสู่ลูกสูบและน้ำมันเบรค เมื่อเราต้องเหยียบเบรคอย่างแรงกระทันหันหรือเหยียบเ...

  • สมาคมวิศวกรยานยนต์ในอเมริกา (SAE) และกรมการขนส่งของอเมริกา (Department of Transporttation - DOT) และสมาคมกำหนดมาตรฐานระหว่างชาติ (ISO) ต่างก็ได้กำหนดมาตรฐานของน้ำมันเบรคที่ใช้ในระ...
Visitors: 284,959
ตรวจสอบการติดตั้งโค้ด